ทนายความพินัยกรรม

.....................

เอกสารเผยแพร่

คลิกดาวน์โหลดหรืออ่านผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ทันที

ทนายความพินัยกรรม

พินัยกรรมคืออะไร ?

พินัยกรรม คือ คำสั่งเสีย หรือการแสดงเจตนาเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินหรือการต่าง ๆ ไว้ในอนาคตเมื่อตนเองถึงแก่ความตาย หรือเรียกอีกอย่างว่า “การแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตาย” ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1646 และมาตรา 1647

บุคคลใดบ้างที่สามารถทำพินัยกรรมได้ ?

บุคคลทุกคนสามารถทำพินัยกรรมจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนเองได้ หากมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 25 และมาตรา 1703 และต้องไม่เป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ตาม มาตรา 1704 มิฉะนั้นพินัยกรรมนั้นจะตกเป็นโมฆะ

ข้อควรรู้
ผู้ทำพินัยกรรมต้องมีความสามารถตามกฎหมาย มิฉะนั้นพินัยกรรมจะไม่มีผลใช้บังคับ

บุคคลที่ถูกต้องห้ามไม่ให้เป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรม

แม้กฎหมายจะเปิดโอกาสให้ผู้ทำพินัยกรรมสามารถยกทรัพย์สินให้แก่บุคคลใดก็ได้ แต่กฎหมายกำหนดบุคคลต้องห้าม ได้แก่

  • ผู้เขียนพินัยกรรม
  • พยานในพินัยกรรม
  • คู่สมรสของผู้เขียนหรือพยาน

ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1653 หากบุคคลดังกล่าวได้รับทรัพย์ตามพินัยกรรม ข้อกำหนดนั้นจะตกเป็นโมฆะตาม มาตรา 1705

รูปแบบของพินัยกรรม

กฎหมายกำหนดให้พินัยกรรมสามารถทำได้ทั้งหมด 5 รูปแบบ ดังนี้

1. พินัยกรรมแบบธรรมดา

ตาม มาตรา 1656 เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สามารถเขียนหรือพิมพ์ก็ได้ แต่ต้องระบุวัน เดือน ปี และลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน โดยพยานต้องลงลายมือชื่อรับรองด้วย

2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

ตาม มาตรา 1657 ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนข้อความทั้งหมดด้วยลายมือของตนเอง ลงวัน เดือน ปี และลงลายมือชื่อ โดยไม่จำเป็นต้องมีพยาน

3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง

ตาม มาตรา 1658 ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งความประสงค์ต่อนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขต ต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน เจ้าพนักงานจะเป็นผู้บันทึกข้อความและให้ทุกฝ่ายลงลายมือชื่อ

4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ

ตาม มาตรา 1660 ผู้ทำพินัยกรรมจัดทำเอกสารด้วยตนเอง ลงลายมือชื่อ ผนึกซอง และนำไปแสดงต่อเจ้าพนักงานพร้อมพยาน เพื่อรับรองว่าเป็นพินัยกรรมของตน

5. พินัยกรรมแบบวาจา

ตาม มาตรา 1663 ใช้เฉพาะในกรณีพิเศษ เช่น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย เกิดสงคราม หรือมีเหตุฉุกเฉินจนไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นได้ โดยต้องแสดงเจตนาต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน และให้พยานไปแจ้งต่อนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตโดยไม่ชักช้า

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2102/2551
แม้ผู้ทำพินัยกรรมตั้งใจทำพินัยกรรมแบบเขียนเอง แต่หากใช้เครื่องพิมพ์ดีดพิมพ์ทั้งฉบับ จะไม่ถือเป็นพินัยกรรมแบบเขียนเอง แต่ถือเป็นพินัยกรรมแบบธรรมดาแทน

พยานในพินัยกรรมมีความสำคัญเพียงใด ?

ผู้เป็นพยานมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากพยานเป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย อาจทำให้พินัยกรรมตกเป็นโมฆะได้ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1670

บุคคลต้องห้ามเป็นพยาน

  1. ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
  2. บุคคลวิกลจริต หรือผู้เสมือนไร้ความสามารถ
  3. บุคคลที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือตาบอดทั้งสองข้าง

พินัยกรรมจะมีผลใช้บังคับเมื่อใด ?

พินัยกรรมมีผลใช้บังคับเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตาย ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1673

ตราบใดที่ผู้ทำพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่ ผู้รับพินัยกรรมยังไม่มีสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินตามพินัยกรรม และผู้ทำพินัยกรรมสามารถแก้ไข เพิ่มเติม หรือยกเลิกพินัยกรรมได้ตลอดเวลา โดยต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนด

สรุป
การทำพินัยกรรมเป็นการกำหนดการเผื่อตายเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนเอง หากจัดทำไม่ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนด พินัยกรรมอาจตกเป็นโมฆะและไม่สามารถใช้บังคับได้ ดังนั้นก่อนทำพินัยกรรมควรปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เพื่อให้พินัยกรรมมีผลใช้บังคับได้อย่างถูกต้อง
ทนายความพินัยกรรม