การหย่าและประเภทของการหย่า
การหย่า คือ การสิ้นสุดความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยาตามกฎหมาย โดยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การสมรสสามารถสิ้นสุดลงได้ 3 วิธี ได้แก่ การหย่า การเพิกถอนการสมรส และการตายของคู่สมรส ซึ่งแต่ละกรณีมีหลักเกณฑ์และผลทางกฎหมายแตกต่างกัน
การสมรสสิ้นสุดลงได้อย่างไร
- การหย่า
- ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการสมรส
- คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย
1. การหย่าโดยความยินยอม (จดทะเบียนหย่า)
การหย่าโดยความยินยอม คือ การที่คู่สมรสทั้งสองฝ่ายตกลงยินยอมเลิกการสมรสร่วมกัน และไปจดทะเบียนหย่าต่อหน้านายทะเบียน โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514 และมาตรา 1515
หลักเกณฑ์สำคัญ
- คู่สมรสทั้งสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจกันหย่า
- ทำหนังสือสัญญาหย่าเป็นลายลักษณ์อักษร
- มีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คน
- จดทะเบียนหย่าต่อหน้านายทะเบียน จึงมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนหย่า
- บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง)
- ใบสำคัญการสมรส (ตัวจริง)
- หนังสือสัญญาหย่า หรือบันทึกข้อตกลงการหย่า
วิธีหย่าต่างสำนักทะเบียน
1. กรณีทั้งสองฝ่ายอยู่ในประเทศไทย
คู่สมรสสามารถจัดทำสัญญาหย่า พร้อมตกลงเรื่องทรัพย์สิน อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดู และเงื่อนไขอื่น ๆ จากนั้นให้ฝ่ายหนึ่งยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียน เมื่ออีกฝ่ายไปยื่นคำร้องและลงลายมือชื่อครบถ้วน การหย่าจึงมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
2. กรณีฝ่ายหนึ่งอยู่ต่างประเทศ
หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งอาศัยอยู่ต่างประเทศ สามารถดำเนินการผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย โดยเอกสารจะถูกส่งผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการจดทะเบียนหย่าตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
2. การหย่าโดยคำพิพากษาของศาล (ฟ้องหย่า)
หากคู่สมรสไม่สามารถตกลงหย่ากันได้ หรือไม่สามารถไปจดทะเบียนหย่าพร้อมกัน ฝ่ายที่ประสงค์จะหย่าสามารถฟ้องหย่าต่อศาลได้ แต่ต้องมีเหตุหย่าตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516
เหตุฟ้องหย่าตามกฎหมาย
- มีชู้ เป็นชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ
- ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงจนอีกฝ่ายได้รับความเสียหายหรืออับอาย
- ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง
- จงใจละทิ้งร้างเกิน 1 ปี
- ต้องโทษจำคุกเกิน 1 ปี และการอยู่ร่วมกันก่อให้เกิดความเสียหาย
- สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี หรือแยกกันตามคำสั่งศาลเกิน 3 ปี
- ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือหายไปเกิน 3 ปี
- ไม่อุปการะเลี้ยงดู หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง
- วิกลจริตติดต่อกันเกิน 3 ปี และไม่มีแนวโน้มหาย
- ผิดทัณฑ์บนเกี่ยวกับความประพฤติที่ทำไว้เป็นหนังสือ
- เป็นโรคติดต่อร้ายแรงและไม่มีทางรักษาให้หาย
- มีสภาพแห่งกายไม่สามารถร่วมประเวณีได้ตลอดกาล
3. การสิ้นสุดการสมรสเพราะความตาย
หากคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย การสมรสย่อมสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501 โดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนหย่า
สิ่งที่ควรดำเนินการเมื่อคู่สมรสเสียชีวิต
- ขอใบมรณบัตร
- แจ้งเปลี่ยนสถานภาพที่สำนักทะเบียน
- ดำเนินการแบ่งสินสมรสและจัดการมรดกตามกฎหมาย
- กรณีประสงค์จะสมรสใหม่ ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ทำไมควรปรึกษาทนายความคดีครอบครัว
คดีหย่ามักเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน สินสมรส บุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดู และสิทธิทางกฎหมายหลายประการ การได้รับคำปรึกษาจากทนายความคดีครอบครัว จะช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริง วางแนวทางดำเนินคดี จัดทำสัญญาหย่า หรือดำเนินการฟ้องหย่าได้อย่างถูกต้อง และช่วยรักษาสิทธิของทุกฝ่ายตามกฎหมาย
