โดนหนังสือบังคับคดีต้องทำอย่างไรจึงจะผ่อนหนักให้เป็นเบา?
เมื่อได้รับหนังสือบังคับคดี หลายคนอาจรู้สึกกังวลและไม่ทราบว่าควรดำเนินการอย่างไร อย่างไรก็ตาม การได้รับหนังสือบังคับคดีไม่ได้หมายความว่าลูกหนี้หมดสิทธิในการต่อสู้หรือเจรจากับเจ้าหนี้ หากรีบตรวจสอบเอกสารและดำเนินการอย่างถูกต้อง ก็อาจช่วยลดภาระและหาทางออกร่วมกันได้
หนังสือบังคับคดี คืออะไร
หนังสือบังคับคดี คือ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล
เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว จะกำหนดระยะเวลาให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามคำพิพากษา
หากลูกหนี้ไม่ดำเนินการภายในกำหนด เจ้าหนี้สามารถยื่นคำขอบังคับคดี
เพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามกฎหมายได้
อย่างไรก็ตาม หากคู่กรณีสามารถตกลงกันได้ ก็ยังสามารถทำสัญญาประนีประนอมยอมความและยื่นต่อศาลก่อนการบังคับคดีจะดำเนินต่อไปได้
เมื่อได้รับหนังสือบังคับคดีควรทำอย่างไร
สิ่งแรกที่ควรทำคืออ่านรายละเอียดในหนังสือบังคับคดีอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลต่าง ๆ ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบสิทธิของตนเองก่อนดำเนินการใด ๆ
รายละเอียดที่ควรตรวจสอบ
- หมายเลขคดี
- ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดี
- ข้อเรียกร้องของเจ้าหนี้
- จำนวนเงินที่ฟ้องตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่
- มีรายการดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่ถูกต้องหรือไม่
- เจ้าหนี้ฟ้องภายในอายุความที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
ตัวอย่างอายุความของหนี้
- หนี้บัตรเครดิต อายุความ 2 ปี
- สินเชื่อส่วนบุคคล อายุความ 5 ปี
- เงินกู้ที่ผ่อนชำระเป็นงวด อายุความ 5 ปี
หากหนี้ขาดอายุความ ลูกหนี้อาจมีสิทธิยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความได้ เว้นแต่จะมีการลงนามรับสภาพหนี้หรือรับรองหนี้ใหม่ ดังนั้นก่อนลงนามเอกสารใด ๆ จากเจ้าหนี้ควรอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วนทุกครั้ง
เหตุใดจึงควรไปศาล
การไปศาลถือเป็นการใช้สิทธิของลูกหนี้ในการต่อสู้คดี ศาลจะรับฟังข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่ายและพิจารณาตามพยานหลักฐานที่นำเสนอ หากลูกหนี้มีความสามารถในการชำระหนี้บางส่วน ก็สามารถเจรจาต่อรองเรื่องการผ่อนชำระ ลดดอกเบี้ย หรือลดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ได้
ในทางกลับกัน หากลูกหนี้ไม่ไปศาล อาจเสียสิทธิในการต่อสู้คดี และศาลอาจพิพากษาตามพยานหลักฐานของฝ่ายเจ้าหนี้เพียงฝ่ายเดียว ทำให้ต้องรับผิดชำระหนี้เต็มจำนวนตามคำพิพากษา
ข้อควรรู้
การไปศาลไม่ได้หมายความว่าต้องแพ้คดีเสมอไป แต่เป็นโอกาสสำคัญในการชี้แจงข้อเท็จจริงและเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อหาทางออกร่วมกัน
สามารถทำสัญญาประนีประนอมยอมความได้หรือไม่
แม้จะได้รับหนังสือบังคับคดีแล้ว ลูกหนี้ยังสามารถเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อทำสัญญาประนีประนอมยอมความได้ โดยทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงเงื่อนไขการชำระหนี้และยื่นต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาตามยินยอม
- กำหนดจำนวนเงินผ่อนชำระใหม่ได้
- อาจได้รับการลดดอกเบี้ย
- อาจได้รับการลดค่าธรรมเนียมศาลบางส่วน
- ช่วยยุติข้อพิพาทได้รวดเร็วกว่าการปล่อยให้มีการบังคับคดี
อย่างไรก็ตาม หากลูกหนี้ผิดนัดตามข้อตกลง เจ้าหนี้สามารถดำเนินการบังคับคดีต่อได้ทันที
หากลูกหนี้เสียชีวิต ใครต้องรับผิดชอบแทน
กรณีคู่สมรส
หากเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังการสมรส และเข้าลักษณะเป็นหนี้ร่วมตามกฎหมาย คู่สมรสอาจต้องร่วมรับผิดตามกฎหมาย
กรณีทายาท
หากลูกหนี้เสียชีวิต ทายาทผู้รับมรดกอาจต้องรับผิดชำระหนี้ แต่รับผิดเพียงเท่าทรัพย์มรดกที่ได้รับเท่านั้น ไม่ต้องรับผิดเกินกว่ามูลค่าทรัพย์มรดก
ข้อแนะนำเมื่อได้รับหนังสือบังคับคดี
- อย่าเพิกเฉยหรือหลบหนี
- รีบตรวจสอบรายละเอียดในหนังสือบังคับคดี
- รวบรวมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
- เข้าพบศาลตามวันนัด
- เจรจากับเจ้าหนี้หากสามารถตกลงกันได้
- ปรึกษาทนายความเมื่อมีข้อสงสัยหรือคดีมีความซับซ้อน
สรุป
หนังสือบังคับคดีเป็นเอกสารที่มีผลทางกฎหมายและไม่ควรละเลย เมื่อได้รับหนังสือดังกล่าวควรรีบตรวจสอบรายละเอียดของคดี ใช้สิทธิในการต่อสู้คดีและเข้าร่วมการพิจารณาของศาล รวมทั้งพิจารณาเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งอาจช่วยลดภาระหนี้และป้องกันการบังคับคดีที่รุนแรงยิ่งขึ้นได้
