ทนายความคดีแรงงาน

.....................

เอกสารเผยแพร่

คลิกดาวน์โหลดหรืออ่านผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ทันที

ทนายความคดีแรงงาน

คดีแรงงาน ฟ้องศาลแรงงานอย่างไร ค่าชดเชยเลิกจ้างได้เท่าไหร่

การถูกเลิกจ้างเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งรายได้และความมั่นคงในชีวิตของลูกจ้าง หลายคนเข้าใจว่าหากนายจ้างเลิกจ้างจะได้รับเพียงค่าชดเชยตามอายุงานเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดอาจมีสิทธิได้รับเงินหลายประเภทตามกฎหมายแรงงาน ทั้งค่าชดเชยตามอายุงาน สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมในบางกรณี

ปัญหาที่พบอยู่เสมอคือ ลูกจ้างจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีสิทธิได้รับเงินกี่ประเภท คำนวณอย่างไร และต้องดำเนินการเรียกร้องที่หน่วยงานใด จึงทำให้เสียสิทธิที่กฎหมายรับรองไว้

คดีแรงงาน เป็นคดีที่เกิดจากข้อพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงาน โดยลูกจ้างได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมศาลทุกประเภท และสามารถยื่นฟ้องด้วยวาจาได้ตามกฎหมาย

คดีแรงงานได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล

ตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ลูกจ้างที่ฟ้องคดีแรงงานได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมศาลทุกชนิด ไม่ว่าจะเรียกเงินจำนวนเท่าใดก็ตาม อีกทั้งกฎหมายยังเปิดโอกาสให้ลูกจ้างสามารถยื่นฟ้องด้วยวาจาต่อเจ้าหน้าที่ศาลได้ จึงไม่จำเป็นต้องมีทนายความในทุกกรณี แม้ว่าการมีทนายความจะช่วยให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรัดกุมมากยิ่งขึ้น

ถูกเลิกจ้างมีสิทธิได้รับเงินอะไรบ้าง

เมื่อนายจ้างเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรง ลูกจ้างอาจมีสิทธิได้รับเงินหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีหลักกฎหมายและวิธีคำนวณแตกต่างกัน ดังนี้

1. ค่าชดเชยตามอายุงาน

ค่าชดเชยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง โดยจำนวนเงินขึ้นอยู่กับระยะเวลาการทำงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ซึ่งอาจได้รับสูงสุดไม่เกินอัตราค่าจ้าง 400 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุงานของลูกจ้างแต่ละราย

2. สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 หากนายจ้างเลิกจ้างทันทีโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามกำหนด จะต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้าง ซึ่งในทางปฏิบัติมักมีมูลค่าใกล้เคียงค่าจ้างประมาณหนึ่งถึงสองงวดเงินเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรอบการจ่ายค่าจ้าง

อย่างไรก็ตาม หากลูกจ้างกระทำความผิดร้ายแรงตามมาตรา 583 นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

3. ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

หากศาลเห็นว่าการเลิกจ้างไม่มีเหตุอันสมควร ลูกจ้างสามารถเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมได้ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ โดยศาลจะพิจารณาจากอายุงาน ตำแหน่งงาน รายได้ สาเหตุการเลิกจ้าง และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกจ้างเป็นรายกรณี

ตัวอย่างการเลิกจ้างที่อาจถือว่าไม่เป็นธรรม

  • อ้างเหตุขาดทุน แต่ยังรับพนักงานใหม่ในตำแหน่งเดิม
  • เลิกจ้างเพราะลูกจ้างไปร้องเรียนหน่วยงานของรัฐ
  • เลิกจ้างลูกจ้างที่กำลังตั้งครรภ์โดยไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย

กรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

มาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน กำหนดกรณีที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยไว้ เช่น

  • ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาต่อนายจ้าง
  • จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  • ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนเกิดความเสียหาย
  • ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีร้ายแรง หรือฝ่าฝืนซ้ำหลังได้รับหนังสือเตือน
  • ละทิ้งหน้าที่ติดต่อกัน 3 วันทำงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร
  • ถูกพิพากษาจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด

ทั้งนี้ นายจ้างต้องระบุเหตุแห่งการเลิกจ้างไว้ในหนังสือเลิกจ้างตั้งแต่ต้น หากไม่ได้ระบุไว้ จะไม่สามารถยกเหตุเหล่านี้ขึ้นอ้างภายหลังเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชยได้

อย่ารีบเซ็นใบลาออกหรือหนังสือสละสิทธิ

ในทางปฏิบัติ นายจ้างบางรายอาจเสนอให้ลูกจ้างลงนามในใบลาออกพร้อมเสนอเงินจำนวนหนึ่ง หากลูกจ้างลงนาม สถานะทางกฎหมายอาจเปลี่ยนจาก "ถูกเลิกจ้าง" เป็น "ลาออกโดยสมัครใจ" ส่งผลให้สูญเสียสิทธิในการได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย รวมถึงสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมบางส่วน

นอกจากนี้ หากมีการลงนามในหนังสือสละสิทธิหรือหนังสือรับเงินโดยระบุว่าจะไม่เรียกร้องสิทธิใดเพิ่มเติมในภายหลัง อาจทำให้การดำเนินคดีเป็นไปได้ยาก ดังนั้นก่อนลงลายมือชื่อในเอกสารใด ๆ ควรอ่านรายละเอียดอย่างรอบคอบ ถ่ายสำเนาเอกสารเก็บไว้ และปรึกษาทนายความก่อนทุกครั้ง

แนวทางการฟ้องคดีแรงงาน

  • รวบรวมเอกสาร เช่น สัญญาจ้าง หนังสือเลิกจ้าง สลิปเงินเดือน และหลักฐานการทำงาน
  • ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน หรือยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานโดยตรง
  • ศาลแรงงานจะกำหนดวันไกล่เกลี่ยก่อนพิจารณาคดี
  • หากตกลงกันไม่ได้ ศาลจะดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาตามกฎหมาย

สรุป

ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างไม่ควรรีบยอมรับข้อเสนอของนายจ้างโดยไม่ได้ตรวจสอบสิทธิของตนเอง เพราะนอกจากค่าชดเชยตามอายุงานแล้ว ยังอาจมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และสิทธิประโยชน์อื่นตามกฎหมายแรงงาน การปรึกษาทนายความตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้สามารถประเมินสิทธิ วางแนวทางดำเนินคดี และรักษาผลประโยชน์ของลูกจ้างได้อย่างครบถ้วน